ประวัติคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล

about1.jpgวชิรพยาบาลเป็นโรงพยาบาลที่เปิดให้การบำบัดโรคแก่ประชาชน มาช้านานแห่งหนึ่ง เมื่อวชิรพยาบาลเริ่มจะได้รับความเหลียวแลจากผู้มีอำนาจในการทนุบำรุงจึงได้มีการปฏิรูปโรงพยาบาลขึ้นอีกปีละเล็กละน้อย เฉพาะอย่างยิ่งในด้านขยายกิจการสาขาต่าง ๆ และการก่อสร้างสถานที่นับตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๙๘ จนถึงบัดนี้มีการต่อเติมตึกเก่าและก่อสร้างตึกใหม่รวมทั้งสิ้น ๘ หลัง กับได้จัดซื้อที่ดินขยายเขตต์วชิรพยาบาลไปจนจดแม่น้ำเจ้าพระยา เช่นนี้ย่อมทำให้สภาพของโรงพยาบาลค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไปจากลักษณะเดิมปีละเล็กละน้อย จนกระทั่งบัดนี้เมื่อตึกอำนวยการหลังใหม่นิ้สร้างเสร็จย่อมทำให้เค้าเดิมของวชิรพยาบาลแม้ว่าจะเป็นของเก่าโบราณซึ่งล้าสมัยขาดความเหมาะสมในด้านบริการเจ็บไข้แก่ประชาชน แต่ก็ยังเป็นของเก่าที่มีค่าควรแก่การทำประวัติของโรงพยาบาล จึงเห็นความจำเป็นที่จะต้องรวบรวมเรื่องราวและหลังฐานของโรงพยาบาลเพื่อสร้างเป็นประวัติไว้ ซึ่งอาจจะเป็นประโยชน์ในวันข้างหน้าบ้างไม่มากก็น้อย แต่การค้นหาหลักฐานเก่า ๆ นิ้เป็นเรื่องที่กระทำให้สมบูรณ์ได้ยาก ฉะนั้นหากมีการขาดตกบกพร่องประการใดก็ขอได้โปรดให้อภัยด้วยและหากจะได้ กรุณาชิ้ข้อบกพร่องเหล่านั้นมายังผู้เขียนโดยตรงก็จะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง อนึ่ง การคัดข้อความบางตอนที่เป็นชื่อเดิม สำนวนโวหารเดิม ซึ่งไม่สู้สละสลวยในสมัยปัจจุบัน ดังปรากฏในเรื่องนี้ ก็หาได้มีเจตนาไปในทางอื่นใดไม่ หากแต่เพื่อรักษารูปและลักษณะของของเดิมไว้ เพื่อให้เห็นวิวัฒนาการของสำนวน ภาษาคำพูดซึ่งจะหาอีกมิได้ในสมัยนี้ ขอท่านผู้อ่านได้โปรดเข้าใจเจตนาอันแท้จริงตามนี้ด้วย

กำเนิดวชิรพยาบาล

ที่ตั้งวชิรพยาบาลแต่เดิมทีเดียว(ไม่รวมที่ดินแปลงใหม่ที่ได้จัดซื้อเพื่อขยายเขตต์โรงพยาบาลไปจดริมแม่น้ำเจ้าพราะยาเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๙) คือ ผืนที่ดินซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ ๒๗ ไร่เศษ สิ่งก่อสร้างที่สำคัญมีตึกแบบเก่าขนาดใหญ่ ๒ หลัง ที่เคยมองเห็นจากด้านหน้าโรงพยาบาล เดิมเป็นบ้านเลขที่ ๖๗๑ ถนนสามเสน อำเภอดุสิต จังหวัดพระนคร ของพระสรรพการหิรัญกิจ (นายเชย สรรพการ) ตึกเก่า ๒ หลังนี้ หลังใหญ่เป็นตึก ๓ ชั้น (ไม่นับชั้นล่างสุดซึ่งเป็นพื้นซีเมนต์) ส่วนหลังเล็กเป็นตึก ๒ ชั้น ทั้ง ๒ หลังเป็นตึกแบบโบราณพื้นไม้สัก ตัวตึกไม่ปรากฏโครงเหล็กผนังตึกก่ออิฐถือปูนหนาไม่น้อยกว่าหนึ่งฟุตครึ่ง ลักษณะเดิมสลักเสลามาก ทราบว่าได้ถูกลบลวดลายออกให้ภายในตึกเป็นแบบเรียบๆ เสียมากตั้งแต่เริ่มใช้เป็นสถานพยาบาล แม้กระนั้นก็ยังปรากฏลวดลายสวยงามตามฝา เพดานประตู หน้าต่าง อีกหลายแห่ง แบบคฤหาสน์โบราณ มุขด้านหลังตลอดจนบันไดด้านหลังเป็นหินอ่อนนอกจากนั้นยังมีเรือนไม้ลักและกระโจมไม้สัก ซึ่งมีแบบและลวดลายพร้อมด้วยกระจกหลากสีสวยงามแบบโบราณ ส่วนบริเวณทั่วไปมีทั้งที่ราบเนินดินสูง อุโมงค์ ภูเขาจำลอง โขดหิน ต้นไม้ใหญ่น้อยประดับประดาเป็นจำนวนมาก และมีทั้งทางคดเคี้ยวไปมาแบบเดินในสวนสาธารณโบราณ สถานที่นี้ปรากฏในเอกสารบางฉบับ เรียกชื่อว่า "หิมพานต์ปาร์ค" ภายในปาร์คนี้มีคลองโดยรอบสี่เหลี่ยม ตามรูปที่ดินแล้วบรรจบกันไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาเรียกชื่อว่า "คลองอั้งโล่" ขณะนี้บางตอนของคลอง ทางด้านหน้าและด้านหลังของโรงพยาบาลได้ถมดินหมดสภาพของคูคลองไปบ้างแล้ว ที่ดินและตึกรวมทั่งสิ่งปลูกสร้างในปาร์คนี้ ต่อมาได้ตกเป็นกรรมสิทธิของแบงค์สยามกันมาจลทุนจำกัดจนกระทั่ง ร.ศ.๑๓๑ (พ.ศ.๒๕๕) พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงสละพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จัดซื้อที่ดิน พร้อมด้วยตึกและสิ่งปลูกสร้าง (ที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๔๕/๓๓๕๔-๕/อ เลขที่ ๑๙) ในราคา ๒๔๐,๐๐๐ บาท ทรงมอบให้กรมสุขาภิบาล กระทรวงนครบาล เป็นผู้ปกปักรักษาใช้เป็นสถานพยาลบาลช่วยเหลือประชาชนผู้เจ็บป่วย ดังสำเนากระแสพระบรมราชโองการ ดังนี้

ประกาศ

about2.jpgยกโรงวชิรพยาบาลให้เป็นสาธารณสถาน เรา สมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเล้าเจ้าแผ่นดินสยาม ขอประกาศแด่บรรดาอาณาประชาชนกรุงเทพมหานครทราบทั่วกัน ด้วยเรามาคำนึงถึงโบราณราชประเพณีที่มีมาว่า พระราชาธิบดีเมื่อได้ผ่านพิภพแล้วทรงรำพึงถึงบุพเพกตปุญญตาที่ได้ทรงสั่งสมมาจนพระองค์ได้บรรลุถึงซึ่งตำแหน่งที่สูดสุดในแผ่นดินได้ทรงรับมอบเป็นผู้ครอบครองรัฐสีมา แผ่อาณาเหนือประชาชน ให้อยู่ร่มเย็นเป็นสุข จึงทรงสร้างพระอารามขึ้นไว้ให้เป็นเครื่องเฉลิมพระราชศรัทธา และเพื่อให้เป็นสถานที่สถิตย์แห่งภิกษุสงฆ์ผู้ทรงศีลสุตาธิคุณ เป็นผู้ค้ำจุนพระบวรพุทธศาสนาให้ถาวรอยู่ เพื่อประโยชน์แห่งนิกรชน นับว่าพระมหากษัตราธิราชทรงกระทำการเพื่อประโยชน์แห่งชาติบ้านเมืองและผสกนิกรได้อย่าง ๑ ส่วนตัวเราเอง เมื่อได้รับภาระเป็นผู้ปกครองท่านทั้งหลายต่างพระองค์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวปิยมหาราชแห่งคนไทย และสมเด็จพระบรมชนกนารถของเรา เราก็ได้รำพึงถึงพระราชประเพณีโบราณอันกล่าวมาแล้วนั้น แต่มารู้สึกว่าในกาลปัตยุบันนี้ พระอารามสำคัญๆ ในพระมาหานครนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมราชวงศ์จักรีที่ได้เสวยราชย์มาก่อนเราถึง ๕ รัชกาลแล้วนั้น ก็ได้ทรง สฐาปนาขึ้นไว้แล้วหลายพระอาราม ตัวเราผู้เป็นทายาทสืบสันตติวงษ์ก็มีหน้าที่เป็นผู้บำรุงพระอารามเหล่านั้นอยู่แล้ว ครั้นว่าเราจะสร้างสฐาปนาพระอารามขึ้นใหม่ ก็จะเกินแก่ความเจำเป็นในส่วนทางบำรุงพระศาสนาซ้ำจะเป็นภาระเพิ่มขึ้นโดยไม่มีผลดีเพียงพอ แต่ครั้นว่าเราจะเพิกเฉยเสียไม่กระทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดขึ้นเป็นสาธารณประโยชน์ ก็ดูประหนึ่งว่าเราไม่รู้จักรำฤกถึงบุพเพกตปุญญตา ไม่รู้สึกความภาคภูมิในใจที่ได้รับตำแหน่งอันสำคัญ อันที่จริงนั้นตั้งแต่เริ่มแรกมาเราก็ได้รู้สึกอยู่แล้วด้วยความภาคภูมิใจและความหนักแห่งภาระที่เราได้รับมาโดยเป็นทายาท แห่งพระบาทสมเด็จบรมชนกนารถ ได้คิดอยู่เสมอที่จะหาทางสำแดงให้ปรากฏว่า เราปรารถนาที่อันใดอันหนึ่งขึ้นไว้เพื่อสาธารณประโยชน์แห่งผสกนิกร จึงได้ตกลงว่าจะจัดสร้างโรงพยาบาลขึ้นสำหรับจังหวัดกรุงเทพฯ ภาคเหนือ ได้มอบให้เจ้าพระยายมราชเป็นผู้จัดหาที่สร้างโรงพยาบาลนี้ขึ้น ฤามิฉนั้นก็ให้หาซื้อตึกเรือนอันใดซึ่งจะใช้เป็นโรงพยาบาลได้ ก็เผอิญประจวบกับเวลาที่มีผู้บอกขายตึกและที่ดินผืนนี้ เราจึงได้ออกทุนทรัพย์ส่วนพระคลังข้างที่ ซึ่งเป็นทุนทรัพย์ส่วนตัวของเราได้รับมาเป็นมรดกจากสมเด็จพระบรมชนกนารถนั้น ซื้อตึกและที่ดินนี้เพื่อประโยชน์อันนั้น การที่เราได้จำหน่ายทุนทรัพย์ส่วนตัวออกทำโรงพยาบาลขึ้นครั้งนี้ เพราะมารำพึงถึงบุพเพกปุญญตาและกุศลที่เราได้สั่งสมมา จึงได้มาตั้งอยู่ในฐานะแห่งผู้มีทรัพย์เพียงพอ และทรัพย์ที่เรามีอยู่นี้เห็นว่าจะจับจ่ายใช้สรอยในทางใดก็จะไม่ได้รับผลความพอใจเท่าทางที่จะทำให้เพื่อนมนุษย์ผู้มีโรคภัยเบียดเบียน ได้รับความบำรุงรักษาพยาบาลเพื่อทุเลาทุกขเวทนา ถ้าได้กลับเป็นผู้มีกำลังมีร่างกายบริบูรณ์ขึ้นอีก เราเห็นว่าจะเป็นทางทานอันจะได้รับผลดี ให้เราได้มีความสุขใจยิ่งกว่าที่จะแจกจ่ายทรัพย์ไปให้แก่คนขอทานโดยไม่เลือกหน้า บัดนี้โรงพยาบาลอันนี้ ก็ได้ตกแต่งขึ้นพร้อมแล้ว เราขอให้นามว่า "วชิรพยาบาล" และขอมอบที่นี้ไว้เป็นสาธารณสถานเป็นสมบัติสิทธิ์เด็ดขาดแก่ประชาชนชาวไทยให้ได้ใช้เพื่อเป็นที่พยาบาลผู้มีอาการป่วยไข้ต่อไป ขอมอบให้ไว้แก่กรมศุขาภิบาลเป็นผู้ปกปักรักษาในนามประชาชนสืบไปแต่วันนี้ ขออำนาจคุณพระรัตนไตรอันเป็นนิรัติไสยบุญเขตร อันเป็นที่พึ่งตรึงจิตร์แห่งเราโดยมั่นคง และความจำนงจงจิตร์ที่เราได้บำเพ็ญสาธารณทาน เพื่อประโยชน์แห่งประชาชนชาวไทยอันเป็นที่รักใคร่แห่งเราเหมือนบุตร์ จงเป็นผลสำเร็จสมความปรารถนาได้แลเห็นผลดีทั้งในปัตยุบันนี้และในเบื้องหน้าต่อไปชั่วกาลนานเทอญ